ช่วงนี้ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของธุรกิจและร้านค้าเล็ก ๆ หลายท่าน แล้วมักจะเจอปัญหายอดฮิตคล้าย ๆ กันคือ "ทำเว็บไซต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ลองพิมพ์ชื่อร้านตัวเองใน Google กลับค้นหาไม่เจอ"
วันนี้เลยอยากนำเช็กลิสต์พื้นฐาน 7 ข้อมาแชร์ให้ฟังครับ สำหรับใครที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ สามารถลองนำไปเช็กและแก้ไขตามด้วยตัวเองได้เลยครับ
1. เช็กก่อนว่า Google รู้จักและจัดเก็บข้อมูลเว็บเราแล้วหรือยัง
ลองพิมพ์ site:ชื่อเว็บของคุณ.com ในช่องค้นหาของ Google ดูครับ หากไม่มีผลลัพธ์ใด ๆ แสดงขึ้นมาเลย แปลว่า Google ยังไม่ได้เข้ามาจัดเก็บข้อมูล (Index) เว็บไซต์ของเรา ซึ่งจุดนี้จำเป็นต้องแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก โดยสามารถนำลิงก์เว็บไซต์ไปกดส่ง index ผ่านเครื่องมือ Google Search Console ได้ฟรีครับ
2. ชื่อร้าน ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ ต้องตรงกันทุกช่องทาง
หากข้อมูลในเว็บไซต์ เพจ Facebook และบน Google Maps เขียนไม่ตรงกัน เช่น ใช้ชื่อสะกดคนละแบบ หรือเบอร์โทรศัพท์คนละเบอร์ Google อาจเกิดความสับสนได้ว่าใช่ธุรกิจเดียวกันหรือไม่ การระบุข้อมูลให้เหมือนกันทุกที่ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือได้มากครับ
3. ปักหมุดร้านด้วย Google Business Profile
เป็นบริการฟรีที่สำคัญมากครับ โดยเฉพาะร้านค้าที่มีหน้าร้านหรือให้บริการในพื้นที่เฉพาะ เพราะผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักจะมองเห็นและเจอร้านของคุณจาก Google Maps ก่อนที่จะกดเข้าชมเว็บไซต์เสียอีก
4. เขียนตั้งชื่อหัวข้อหน้าเว็บ (Title Tag) ให้ชัดเจน
หลายเว็บไซต์มักใส่คำว่า "หน้าแรก" หรือใส่แค่ "ชื่อร้าน" เพรียว ๆ ลองเปลี่ยนมาใส่โครงสร้างแนว "บริการ/สินค้าอะไร + ในพื้นที่ไหน | ชื่อร้าน" ดูครับ เช่น "ร้านซ่อมแอร์ เชียงใหม่ | A Must Air" เพราะลูกค้าส่วนใหญ่มักจะค้นหาด้วยคำว่า "ทำอะไร + ที่ไหน" มากกว่าการพิมพ์ชื่อร้านตรง ๆ ครับ
5. ตรวจเช็กความเร็วในการโหลดเว็บไซต์
ลองนำลิงก์เว็บไปทดสอบความเร็วฟรีได้ที่ PageSpeed Insights โดยเฉพาะการแสดงผลบนมือถือครับ ปัญหาหลัก ๆ มักเกิดจากการใช้รูปภาพขนาดใหญ่เกินไปโดยไม่ได้บีบอัดไฟล์ ซึ่งถ้าหน้าเว็บโหลดช้า ผู้ใช้อาจกดปิดหนีไปก่อนที่ข้อมูลจะขึ้นครบครับ
6. ข้อความสำคัญต้องเป็นตัวอักษรจริง ไม่ใช่ข้อความที่อยู่ในรูปภาพ
พวกข้อมูลเมนู ราคา หรือรายละเอียดบริการ ไม่ควรทำเป็นไฟล์รูปภาพเพียงอย่างเดียวครับ เพราะ Google Bot ไม่สามารถอ่านข้อความที่อยู่ในรูปภาพได้ ทำให้เสียโอกาสในการติดอันดับไปอย่างน่าเสียดายครับ
7. สนับสนุนให้ลูกค้าช่วยรีวิวบน Google
ไม่จำเป็นต้องมีรีวิวเป็นจำนวนมากในทีเดียวครับ แต่การมีรีวิวจริงทยอยเข้ามาระบบอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเพิ่มทั้งความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อรายใหม่ และช่วยส่งผลดีต่ออันดับการค้นหาบน Google อีกด้วยครับ
สรุป: ปัญหาเรื่องค้นหาเว็บไม่เจอ ส่วนใหญ่สามารถเริ่มต้นแก้ไขได้ด้วยตัวเองตามเช็กลิสต์เหล่านี้เลยครับ เพียงปรับแก้พื้นฐานให้ถูกต้อง เว็บไซต์ของคุณก็พร้อมที่จะเติบโตและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าบน Google ได้ดียิ่งขึ้นแล้วครับ
